Bocox™
แนวทางใหม่ที่รวดเร็วในการดูแลภาวะ ED โดย Bocox™ ช่วยขยายหลอดเลือดในองคชาต ขณะที่ P-Shot ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือดเหล่านั้น เพื่อการแข็งตัวที่แข็งแรงและคงทนยาวนานขึ้น โดยไม่ต้องคอยกินยาทุกวันหรือคำนวณเวลา
ภาพรวม
Bocox™ เป็นการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่บอบช้ำน้อย ซึ่งใช้แนวทางที่ต่างจากการกินยา แทนที่จะกินยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ตามเวลา Bocox™ จะถูกฉีดในปริมาณที่แม่นยำเพื่อคลายกล้ามเนื้อในผนังหลอดเลือดแดงขององคชาต ทำให้หลอดเลือดเปิดกว้างขึ้นและเลือดไหลเข้ามาได้มากขึ้น แพทย์เรียกการขยายตัวของหลอดเลือดนี้ว่า vasodilation
เราทำควบคู่กับ P-Shot ซึ่งปั่นแยกเกล็ดเลือดที่อุดมด้วยโกรทแฟกเตอร์จากตัวอย่างเลือดของตัวเองในปริมาณเล็กน้อย แล้วฉีดกลับเข้าสู่บริเวณเดียวกันเพื่อซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้หลอดเลือดและเนื้อเยื่อที่ใช้ในการแข็งตัว ทั้งสองทำงานเสริมกัน คือ Bocox™ เปิดหลอดเลือด ส่วน P-Shot ฟื้นฟูหลอดเลือดเหล่านั้น
เนื่องจาก Bocox™ ออกฤทธิ์เฉพาะที่ จึงเลี่ยงผลข้างเคียงทั่วร่างกายหลายอย่างที่ผู้ชายไม่ชอบจากยา ED ชนิดกิน ผลลัพธ์คือการแข็งตัวที่แข็งแรงและคงทนยาวนานขึ้น โดยไม่ต้องคอยวางแผนล่วงหน้า และการรักษาเพียงครั้งเดียวอยู่ได้นานถึงหกเดือน
ประโยชน์หลัก
- แข็งตัวแข็งแรงและคงทนยาวนานขึ้น
- เลือดไหลเวียนได้มากขึ้นผ่านหลอดเลือดที่กว้างและแข็งแรงขึ้น
- ช่วยให้คงการแข็งตัวไว้ได้ ไม่ใช่แค่แข็งตัวตอนเริ่ม
- ออกฤทธิ์เฉพาะที่ ผลข้างเคียงน้อยกว่ายา ED ชนิดกิน
- ไม่ต้องกินยาทุกวันและไม่ต้องคอยคำนวณเวลาก่อนมีเพศสัมพันธ์
- ทำเพียงครั้งเดียวรวดเร็ว ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึงหกเดือน
หลักการทำงาน
การแข็งตัวจริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด นั่นคือเลือดต้องไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วคงอยู่ Bocox™ ขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไหลเข้ามา ส่วน P-Shot ซ่อมแซมหลอดเลือดเพื่อให้การแข็งตัวคงอยู่ได้นาน
Bocox™ กับภาวะเลือดรั่ว (venous leak)
สาเหตุที่พบบ่อยแต่มักไม่ได้รับการรักษา ซึ่งทำให้การแข็งตัวไม่คงทน
การแข็งตัวที่แข็งแรงต้องอาศัยสองสิ่ง คือเลือดไหลเข้ามาเพียงพอ และหลอดเลือดดำหดปิดเพื่อกักเลือดไว้ เมื่อหลอดเลือดดำเหล่านั้นปิดได้ไม่สนิท ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า เลือดรั่ว (venous leak) เลือดจะไหลออกไปเกือบจะเร็วเท่ากับที่ไหลเข้ามา การแข็งตัวจึงอ่อนลงก่อนหรือระหว่างมีเพศสัมพันธ์ นี่เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของภาวะ ED และเป็นสาเหตุที่ยาชนิดกินมักแก้ไม่ได้
งานวิจัยเกี่ยวกับ botulinum ที่ฉีดเข้า corpus cavernosum ชี้ว่าสามารถปรับปรุงกลไกการกักเลือดในหลอดเลือดดำนี้ได้ โดยการคลายกล้ามเนื้อเรียบช่วยให้โพรงที่ใช้ในการแข็งตัวขยายตัวได้เต็มที่และกดหลอดเลือดดำที่ระบายเลือดออกให้ปิดแนบกับปลอกหุ้มโดยรอบ เลือดจึงถูกกักไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อทำควบคู่กับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อด้วย P-Shot เป้าหมายคือการแข็งตัวที่ไม่เพียงแข็งแรงขึ้น แต่ยังคงทนอยู่ได้นานขึ้นด้วย
ขั้นตอนการรักษา
- ปรึกษาและประเมินปรึกษากับทีมแพทย์อย่างเป็นส่วนตัวและไม่มีการตัดสิน เพื่อยืนยันว่า Bocox™ เหมาะกับแต่ละคนและวางแผนการรักษา
- ยาชาเฉพาะที่ทำให้บริเวณนั้นชาด้วยยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้การฉีดสบายตัว การนัดทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
- Bocox™ + P-Shotฉีด Bocox™ อย่างแม่นยำเพื่อขยายหลอดเลือดในองคชาต และ P-Shot ส่งเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของตัวเองเข้าไปซ่อมแซมหลอดเลือดเหล่านั้น
- พักฟื้นน้อยมากกลับไปใช้ชีวิตได้ทันที เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในราวหนึ่งสัปดาห์ ผลชัดเจนที่สุดในช่วง 2–4 สัปดาห์ และอยู่ได้นานถึงหกเดือน
ทำไมผู้ชายจึงเลือก Bocox™ ที่ MENHANCE
เหมาะกับใคร
- ผู้ชายที่ภาวะ ED ตอบสนองต่อยาชนิดกินได้ไม่ดี
- ผู้ที่ต้องการทางเลือกอื่นนอกเหนือจากยาที่ต้องกินทุกวันหรือกินก่อนมีเพศสัมพันธ์
- ผู้ชายที่แข็งตัวตอนเริ่มได้แต่ไม่คงทน (อาจเกิดจากภาวะเลือดรั่ว)
- ผู้ชายที่ต้องการวิธีแก้ที่เป็นส่วนตัวและคงทนยาวนาน
คำถามที่พบบ่อย
Bocox™ เพิ่มขนาดได้ไหม
ผู้ชายบางคนอาจสังเกตเห็นว่าดูอวบขึ้นเล็กน้อย เพราะการรักษาช่วยคลายกล้ามเนื้อเรียบขององคชาต แต่การเปลี่ยนแปลงใด ๆ นั้น เล็กน้อยและเป็นเพียงชั่วคราว Bocox™ เป็นการรักษาเพื่อการแข็งตัว ไม่ใช่หัตถการเพิ่มขนาด หากเป้าหมายคือการเพิ่มขนาดอย่างถาวร ดู การเพิ่มขนาดองคชาต
Bocox™ ต่างจากยา ED ชนิดกินอย่างไร
ยาชนิดกินช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงและต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ตามเวลา อีกทั้งมักมีผลทั่วร่างกายอย่างปวดหัวหรือหน้าแดง ส่วน Bocox™ ออกฤทธิ์เฉพาะที่และอยู่ได้นานถึงหกเดือน โดยไม่ต้องกินยาหรือคำนวณเวลา
vasodilation คืออะไร
หมายถึงการขยายตัวของหลอดเลือดนั่นเอง Bocox™ คลายกล้ามเนื้อในผนังหลอดเลือดแดงเพื่อให้หลอดเลือดเปิดกว้างขึ้น ทำให้เลือดไหลเข้าสู่องคชาตได้มากขึ้น
ช่วยได้ไหมถ้าแข็งตัวตอนเริ่มได้แต่ไม่คงทน
ส่วนใหญ่ช่วยได้ ลักษณะแบบนี้มักบ่งชี้ถึงภาวะเลือดรั่ว ซึ่งคือเลือดไหลออกไปก่อนที่การแข็งตัวจะคงอยู่ได้ งานวิจัยชี้ว่าการรักษาช่วยให้องคชาตกักเลือดได้ดีขึ้น การแข็งตัวจึงคงทนนานขึ้น
จะเห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน
Bocox™ เริ่มออกฤทธิ์ภายในราวหนึ่งสัปดาห์ และเห็นผลเต็มที่ในช่วง 2–4 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึงหกเดือนด้วย botulinum ที่ได้รับการรับรองจาก US FDA และสามารถคงผลไว้ได้ด้วยการทำซ้ำ
เจ็บไหม?
บริเวณนั้นจะถูกทำให้ชาด้วยยาชาเฉพาะที่ก่อน หัตถการจึงทำได้สบาย หลังทำอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยและชั่วคราวตรงตำแหน่งที่ฉีด
ปลอดภัยไหม?
Bocox™ มีประวัติความปลอดภัยมายาวนาน และเนื่องจากฉีดเฉพาะที่ ความเสี่ยงของผลข้างเคียงทั่วร่างกายจึงต่ำ อาการไม่สบายตัวชั่วคราวเป็นผลที่พบบ่อยที่สุด ส่วนการติดเชื้อหรืออาการแพ้พบได้น้อยมาก